วันนี้จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ กระจกเทมเปอร์ที่นิยมมาทำเป็นประตูอัตโนมัติ ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมไปถึงประตูเซเว่น ซึ่งกระจกชนิดนี้ เมื่อแตกออกจะเป็นเป็ดเม็ดเล็กๆ มีความคมน้อยมาก โดยมีลักษณะคล้ายกับ เม็ดข้าวโพด แต่ข้อเสียของมันคือไม่สามารถที่จะนำมาเจาะหรือตัด หรือบาก รวมถึงการแปรสภาพได้ ดังนั้น ก่อนที่จะมีการติดตั้ง ประตูอัตโนมัติ ด้วยกระจกชนิดนี้ต้องมี ต้องมีการวัดขนาดที่ถูกต้องของระยะประตู รวมถึงการเจาะรูต่างๆ ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะนำกระจกแบบธรรมดาไปเปลี่ยนสภาพเป็นเทมเปอร์ แล้วนำมาติดตั้งเป็นประตูอัตโนมัติ

temperAutodoor

กระจกเทมเปอร์สำหรับประตูอัตโนมัติ คือ

กระจกเทมเปอร์เป็นกระจกที่ได้จากการนำเอากระจกธรรมดา หรือที่เรียกกันว่า กระจกโฟลต ไปทำให้เกิดความแข็งแรงเพิ่มขึ้น โดยผ่านกระบวนการทำเทมเปอร์ เป็นวิธีการเดียวกับการสร้างคอนกรีตอัดแรงนั่นเองเอง โดยจะมีเป็นการสร้างกระจกให้เกิดชั้นแรงอัดขึ้น ที่ผิวเพื่ออดทนต่อแรงต้านทานจากภายนอก จากการเพิ่มความร้อนให้กับตัวกระจกโดยเป็นการใช้อุณภูมิที่สูงกว่า “จุดอ่อนตัวของจก” เล็กน้อย ซึ่งจะเป็นอุณหภูมิ อยู่ที่ประมาณ 650-700 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นก็ทำกระจกให้เย็นตัวลงด้วยความรวดเร็ว โดยใช้วิธีการเป่าลมให้เย็นทั้งสองฝั่งของกระจก ซึ่งเมื่ออุณหภูมิที่แตกต่างกันในส่วนของผิวกระจกด้านนอก และในส่วนของตัวเนื้อกระจกด้านใน ส่งผลให้เกิดเป็นชั้นแรงอัดของผิวกระจกทั้งสองด้านของกระจก ซึ่งเป็นการประกบชิ้นส่วนเป็นชั้นๆ เหมือนขนมชั้น และสิ้งนี้เองที่จะทำให้กระจก ช่วยแรงต้านทานจากภายนอกได้อย่างดีเยียม มีความทนทานจากกระจกธรรมดาถึงห้าเท่าเลยทีเดียว

คุณสมบัติเฉพาะ กระจกเทมเปอร์สำหรับประตูอัตโนมัติ

  • มีความทนทานต่อแรงดึง และแรงที่ทำให้เกิดการหักงอ ถ้าหากเอามาเปรียบเทียบกับกระจกธรรมดา แล้วกระจกเทมเปอร์ที่หนาเพียง ห้ามิลลิเมตร ซึ่งถ้าจะวัดเป็นอัตราส่วนแล้ว ของแรงที่ทำให้เกิดการหักงอ กระจกธรรมดา อยู่ที่ 500-600 กิโลกรัมต่อลูกบาตรเซ็นติเมตร
    ส่วน เทมเปอร์ที่ใช้ทำประตูอัตโนมัติ มีค่าสูงถึง 1500 กิโลกรัมต่อลูกบาตรเซนติเมตร
  • กระจกเทมเปอร์ที่ใช้ทำประตูออโต้ มีการต้านทานต่อน้ำหนัก เช่นแรงลมที่กระทบ แรงดันน้ำ ซึ่งมีความทนต่อแรงกระทบเหล่านี้ ได้ดีกว่ากระจำธรรมดาทั่วไป ที่มีความหนาเท่ากันได้ดีกว่า 3-4 เท่าเลยทีเดียว
  • กระจกเทมเปอร์ที่ใช้ทำประตูออโต้ มีการต้านทานแรงกระแทก คือมีความทนทานของกระจกต่อแรงกระแทกที่วัตถุหรือร่างกายกระแทกลงบนกระจกเนื่องจากการชน ได้ดีกว่ากระจำธรรมดาทั่วไป ที่มีความหนาเท่ากันได้ดีกว่า 4 เท่า
  • ความทนทานต่อความร้อน กระจกเทมเปอร์กระจกแตกทั้งหมดที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส ส่วนกระจกพื้นฐานหรือกระจกเคลือบผิว กระจกแตกทั้งหมดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส
  • ลดปัญหาอุบัติเหตุจากความคมของกระจกในกรณีที่เกิดการแตก เพราะจะแตกออกเป็นแบบเมล็กข้าวโพด